หนังฝรั่ง » The Mummy 3 (2008) เดอะ มัมมี่ ภาค 3

The Mummy 3 (2008) เดอะ มัมมี่ ภาค 3

13 มิถุนายน 2017
47   0

เรื่องย่อ The Mummy 3 (2008) เดอะ มัมมี่ ภาค 3

ขณะที่เส้นกราฟแสดงตัวเลขรายรับของหนัง The Mummy ภาค 3 ยังคงปีนป่ายไต่สูงขึ้นไปได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะในบ้านเรา นี่คือหนังที่หลายๆ คนคาดการณ์กันว่าจะเป็นหนังที่ทำเงินได้ทะลุ 100 ล้านบาทเป็นเรื่องแรกของปีนี้ แต่ก็อีกนั่นแหละ บางที รายรับกับคุณภาพของหนังก็ใช่ว่าจะเดินทางร่วมกันเสมอไป จริงไหม?

ดังนั้น ต่อให้มัมมี่ภาคนี้ทำเงินได้แค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมเชื่อว่า มันน่าจะติดอยู่ในใจของผู้กำกับเจ้าของผลงานอย่าง “ร็อบ โคเฮ็น” ตลอดไปก็คือ เสียงของนักวิจารณ์ที่ออกความคิดเห็นไปในทิศทางคล้ายๆ กันว่า มัมมี่ภาคนี้คือภาคที่ด้อยที่สุดในแง่คุณภาพ (อันที่จริง ถ้าบอกว่า ห่วยที่สุด น่าจะถูกต้องยิ่งกว่า)

ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของหนังภาคต่อทุกๆ The Mummy 3 เรื่องที่มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับฉบับก่อนหน้า นั่นย่อมหมายความว่า ยิ่งผลงานเวอร์ชั่นแรกๆ สร้างคุณงามความดีที่ประทับใจคนดูไว้มากเท่าไร ฉบับถัดไปก็ยิ่งจะต้องทำการบ้านให้หนักขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นหลายเท่า

แต่ก็อย่างที่หลายๆ คนพูดกันว่า ร็อบ โคเฮ็น คงจะไม่ได้รู้สึกกดดันหรือแม้แต่จะคิดถึง “กฎสามัญ” ข้อนี้เท่าไหร่นัก และนี่ก็อาจเป็นเหตุผลข้อหนึ่งซึ่งส่งผลให้มัมมี่ภาค 3 มีรูปลักษณ์หน้าตาออกมาในแบบที่เรียกได้ว่า แทบไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยกับพวกหนังเกรดต่ำๆ ที่ไม่มีอะไรน่าจดจำแต่อย่างใด (หรือถ้าจะมีอะไรให้จดจำสักหน่อยก็คงเป็นกองทัพ “มัมมี่ผีดินเผา” นั่นแหละท่าน ที่พอจะยอมรับได้บ้างว่า “ค่อนข้างมีไอเดีย” หน่อย 🙂

มัมมี่เวอร์ชั่นนี้มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า The Mummy : Tomb of the Dragon Emperor ด้วยเนื้อหาที่ยังคงนำเสนอเรื่องราวของชาวมัมมี่เหมือนภาคที่ผ่านๆ มา เพียงแต่ที่แปลกออกไปคือ ร็อบ โคห์น เดินออกมาจากตำนานมัมมี่แถวๆ อียิปต์ แล้วหันไปใช้บริการมัมมี่จากฝั่งจีนแทน โดยพาคนดูย้อนไปสู่ยุคสมัยที่แผ่นดินใหญ่เริ่มก่อร่างสร้างกำแพงเมืองจีนโดยมีจอมจักรพรรดิผู้หิวกระหายอำนาจพยายามตั้งตนเป็นศูนย์กลางการปกครอง ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ แต่ในที่สุด กลับมาตกม้าตายเพราะเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่กลายเป็นชนวนเหตุให้จอมจักรพรรดิตกอยู่ใต้มนต์ดำของคำสาป กลายเป็นมัมมี่เฝ้าสุสานกษัตริย์เนิ่นนานหลายร้อยปี จนกระทั่ง…

มัมมี่จอมจักรพรรดิผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นอมตะในภาคนี้รับบทโดย “เจ็ต ลี” พระเอกเบอร์ต้นๆ ของเอเชีย และไม่ต้องแปลกใจ ถ้าบทบาทนี้จะไม่ได้เพิ่ม “คะแนนนิยม” ให้กับเจ็ต ลี เลยแม้แต่น้อย ซึ่งถ้าพูดกันแบบไม่อ้อมค้อมก็คือ เขาไม่น่ามารับบทนี้เลย เพราะมันทำให้เขามองดูเหมือนพวก “ดาราตกชั้น” ไปทันที และถึงแม้บทมัมมี่จะเป็น “พระเอก” ของหนังเรื่องนี้ก็จริง แต่เอาไปเอามา มันก็ไม่มีบทบาทอะไรให้เจ็ต ลี ได้เล่นมากไปกว่าฆ่าๆๆ แล้วก็ฆ่า เหมือนพวกผีบ้าพลัง!! (ถึงตอนนี้ ผมก็ค่อนข้างจะเห็นดีเห็นงามกับนักแสดงอย่าง “ราเชล ไวส์” แล้วล่ะว่า เธอคิดถูกที่ไม่มาร่วมวงศ์ไพบูลย์กับมัมมี่ภาคนี้ด้วย หลังจากทำได้ดีมาแล้วในสองภาคก่อน)